ลงประกาศโดย: Japan Hoppers編集部 ユジン(Yoojin) 29 Sep 2017

ปั่นจักรยานขึ้นเขาจากใจกลางเมืองนะคะชิเบ็ตสึไปยังหอดูดาวไคโยะได

ปั่นจักรยานขึ้นเขาจากใจกลางเมืองนะคะชิเบ็ตสึไปยังหอดูดาวไคโยะได © yoojin

นะคะชิเบ็ตสึ ตั้งอยู่ทางด้านฝั่งตะวันออกของฮอกไกโด และเป็นที่รู้จักกันในนาม ทางเข้าไปสู่อุทยานแห่งชาติ ชิเระโตโกะเพนนิซูล่า พื้นที่นี้มีการทำฟาร์มวัวเป็นอุตสาหกรรมหลัก ครั้งนี้นั้นเราจะขอแนะนำการปั่นจักรยานจากใจกลางเมืองนะคะชิเบ็ตสึ ไปยังหอดูดาวไคโยะได ซึ่งเราจะได้ขึ้นไปที่จุดชมวิว ชมทัศนียภาพระยะกว้าง เราจะขอแนะนำอาหารของทานตามจุดต่างๆ ตลอดระยะทางการปั่นจักรยาน อย่างเช่น ไอศครีมซอฟท์เสิร์ฟ ที่ทำจากนมสดๆ อาหารอิตาเลี่ยนที่ทำจากส่วนผสมพื้นเมือง และอีกหลายอย่างมากมาย

มาเช่าจักรยานกันก่อน!

ทริปการปั่นจักรยานเริ่มต้นจาก “จุดปั่น ฮายาชิ” ร้านจักรยานในตัวเมือง คุณสามารถเช่าจักรยานได้จากที่นี่

ครั้งนี้นั้นฉันได้เช่าจักรยานซิตี้ไบค์ เพื่อขี่รอบๆ เมือง แต่เนื่องจากว่าทางที่จะไปมีลักษณะเป็นเนินสูงไปถึงยังหอดูดาวไคโยะได นักปั่นจักรยานจึงไม่แนะนำให้เช่าซิตี้ไบค์เพราะเป็นจักรยานที่ค่อนข้างหนัก ทำให้ไม่เหมาะสำหรับทริปนี้ หากคุณจองก่อนล่วงหน้า คุณสามารถเช่าสปอร์ตไบค์ ดังนั้นจึงขอแนะนำให้จองล่วงหน้า อีกทั้งยังมีประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจองซึ่งอยู่ด้านล่างของหน้านี้

ออกเดินทางไปยังหอดูดาวไคโยะได

หลังจากเช่าจักรยานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาเดินทาง ก่อนที่จะออกจากเมือง ต้องไปแวะร้านสะดวกซื้อ (ไซโกมาร์ต) เป็นร้านท้องถิ่นของฮอกไกโด เพื่อเตรียมเครื่องดื่มสำหรับการเดินทาง

หลังจากปั่นออกจากเมืองแล้วคุณจะเริ่มเห็นทุ่งเลี้ยวสัตว์ทั้งทางด้านขวาและซ้ายของคุณ ถนนทางตรงนั้นเหมือนราวกับว่าเป็นผืนดินที่ไม่มีจุดสิ้นสุด ซึ่งเป็นภูมิประเทศที่มีลักษณะเด่นของฮอกไกโดที่เคยเป็นนิคมชายแดน นี่เป็นเพียงเนินเขาแรก ยังมีอีกหลายเนินที่คุณต้องปั่นข้ามไปตามความเร็วของคุณ ดังนั้นไม่ต้องรีบปั่นจนหมดแรง และต้องระวังรถในขณะปั่นจักรยานด้วย

ชื่นชมบรรยากาศฟาร์มโคนม

หลังจากปั่นข้ามเนินเขามาแล้ว ถนนจะค่อนข้างเรียบ จะเห็นรอยเป็นทางเมื่อหญ้าได้ถูกถางเป็นทางอยู่ทางด้านข้างของถนน และยังมีทุ่งข้าวโพดที่เป็นอาหารของโคนมอีกด้วย นะคะชิเบ็ตสึเป็นเมืองที่มีจำนวนวัวและโคมากกว่าจำนวนประชากรในเมืองเสียอีก และเป็นเมืองที่มีพื้นที่สำหรับเลี้ยงวัว และโคนม เช่นทุ่งหญ้า และทุ่งข้าวโพดจำนวนมากกว่าที่อยู่อาศัยของประชากรในเมืองอีกด้วย

เมื่อออกจากทุ่งข้าวโพด เราก็จะเห็นป้ายบอกทางไปยังหอดูดาวไคโยะได ให้เราขี่ตรงไป ลมที่พัดผ่านทุ่งหญ้านั้นทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที

อีก 1 กม.จะถึงหอดูดาวไคโยะได ถนนค่อนข้างลดเลี้ยวและชันมาก ฉันจึงหยุดปั่นจักรยานแล้วเดินขึ้นเขาแทน

ฉันเห็นหอดูดาวแล้ว!

จากถนนที่สูงชัน ฉันก็เห็นตึกดูดาวไคโยะได ตึกที่เป็นรูปโดมสีขาวอยู่ตรงกลางภาพคือหอดูดาวนั่นเอง ลงจากเนินเขาแล้วขึ้นมาอีกนิด เราก็มาถึงหอดูดาวแห่งนี้

ตลอดเส้นการเดินทางมายังหอดูดาวจะมีป้ายนี้ ม้านั้นมีสิทธิที่ใช้ถนนดังเช่นรถยนต์ รถบรรทุก หรือยาหนะขับขี่อื่น นี่แหละคือฮอกไกโด! มันยังคงเป็นธรรมชาติขนาดที่ม้ายังเดินบนถนนทั่วไปได้ >

สุดท้ายเราก็มาถึงหอดูดาว!

สุดท้ายเราก็มาถึงหอดูดาว ภาพทิวทัศน์จากลานหอดูดาวนั้นสามารถมองเห็นโดยรอบถึง 330 ดีกรี โดยไม่มีอะไรมากั้น มันสวยและทำให้ชื่นฉ่ำใจได้อย่างบอกไม่ถูก แม้ว่ามันจะไม่ปรากฏในภาพด้านล่าง แต่ฉันสามารถเห็นต้นไม้ที่เรียงกันเหมือนร่างตาข่ายซึ่งทำขึ้นเพื่อป้องกันพายุหิมะในสมัยก่อน ซึ่งก็ไม่ต่างจากกำแพงเมืองจีน และเส้นนาซกา ต้นไม้เหล่านี้ก็นถือเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ที่มนุษย์สร้างขึ้นโดยตรวจสอบได้จากภาพจากดาวเทียม มีวัวมากมายที่กินหญ้าอยู่บนเทือกเขารอบๆ

ถัดไปนั้นก็มาถึงสิ่งที่ฉันต้องการจะมาลิ้มรสที่หอดูดาวแห่งนี้ คือ ไอศกรีมซอฟท์เสิร์ฟรสน้ำผึ้ง จากร้านกาแฟไคโยะได ภายในหอดูดาวนั่นเอง ความหวานของน้ำผึ้งที่เก็บโดยผู้เลี้ยงผึ้งในบริเวณใกล้เคียงกับหอดูดาวไคโยะได บวกกับไอศกรีมซอฟท์เสิร์ฟที่ทำมาจากนมวัวที่ผลิตสดๆในแถบนี้ ทำให้ร่างกายที่เหน็ดเหนื่อยกลับสดชื่นขึ้นมาทันที ที่ร้านกาแฟไคโยะได ข้างๆ ไอศกรีมซอฟท์เสิร์ฟ ก็มีเจลาโต้ที่ทำจากส่วนผสมแท้ๆ ของฮอกไกโด เช่นข้าวโพดหวาน และเกลือสมุทร ชิเรโตโกะที่เราขอแนะนำด้วย

เส้นทางตรงกลับบ้านบนถนนเนินเขา

เส้นทางกลับจากหอดูดาวหอดูดาวไคโยะไดไปยังตัวเมืองนั้น ให้ทางลงเขาที่ทำให้หายเหนื่อยจากตอนขามา ถนนเส้นนี้ที่ดูเหมือนจะไม่มีจุดสิ้นสุดนั้นคือ ถนนนม (มิลค์โรด) เมื่อสมัยก่อนเคยเป็นถนนที่ใช้ในการขนส่งนมนั่นเอง

ตามทางนั้นฉันเห็นวัว แต่เมื่อมองออกไป ดูเหมือนว่าวัวมันเดินออกมาจากโรงวัว แม้ว่าวัวจะเดินเข้ามาใกล้จนแทบจะเอื้อมมือไปจับได้ แต่ฟาร์มปศุสัตว์นั้นก็เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล จึงต้องระวังไม่ไปจับวัวหรือเข้าไปในพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต

กลับมาถึงเมืองต้องไปแวะร้านอาหารอิตาเลี่ยนที่ทำจากของในท้องถิ่นสำหรับมื้อเที่ยง

จากหอดูดาวไคโยะได มาถึงร้านอาหารใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง รวมเวลาหยุดพักกลางทาง การเผื่อเวลาออกเดินทางจากหอดูดาวนั้นก็เป็นไอเดียที่ดี ถ้าคุณทานอาหารเที่ยงที่ตัวเมือง “ออสทีเรีย เฟลิส,” เป็นร้านอาหารอิตาเลี่ยนที่ใช้ส่วนผสมของฮอกไกโดที่เราขอแนะนำ ชื่อร้านนี้เป็นภาษาอิตาลี “ออสทีเรีย” แปลว่า “โรงน้ำชา” ส่วน “เฟลิส” แปลว่า “ความสุข”

คุณสามารถเลือกจากพาสต้าชนิดต่างๆ และอาหารจานหลักบนเมนูได้ ฉันเลือกพาสต้ากับเนื้อกวางของฮอกไกโด ฉันอดคิดไม่ได้เลยว่าฮอกไกโดนี้เป็นดินแดนที่อุดมไปด้วยทรัพยากรมากมายทั้งทางบก และทางทะเล ที่ใช้เป็นส่วนผสมหลักของอาหารที่นี่

Osteria Felice

Address Hokkaido, Shibetsu District, Nakashibetsu, Higashi 6 Jo 2-1-9
Hours Lunch 11:30am~2:00pm, Dinner 6:00pm~9:00pm
Average Price Lunch ¥1,080 yen~¥2,030, Dinner ¥3,000~¥5,000
Closed Mondays, second and third Sunday of the month
Homepage http://osteria-felice.com/
Phone Number 0153-73-2828

ขี่บนถนนมิลค์โรดที่กว้างใหญ่

สามารถดูเส้นการเดินทางในวันนี้จางลิ้งค์ด้านล่าง(https://goo.gl/maps/LNbyVudFdbq). อย่างไรก็ดีการเดินทางครั้งนี้มีเนินเขาค่อนข้างมากไปจนถึงหอดูดาวไคโยะได ดังนั้นฉันคิดว่าสำหรับบางคนอาจจะเป็นการเดินทางที่ค่อนข้างลำบาก หากคุณไม่มั่นใจว่าคุณแข็งแรงพอ คุณไม่จำเป็นต้องไปถึงหอดูดาวไคโยะไดเพื่อสัมผัสกับธรรมชาติของเนมูโระ เพียงแค่คุณปั่นจักรยานรอบๆ ทุ่งเลี้ยงสัตว์ก็ถือว่าได้สัมผัสธรรมชาติได้ดีเช่นกัน เส้นการเดินทางก็ไม่ซับซ้อน แต่เพราะไม่มีตลาดมากมายตามทางนัก ดังนั้นควรจะตรวจดูแผนที่ให้ดีล่วงหน้า หากคุณมาเพียงลำพัง กรุณาแจ้งชื่อกับสมาคมการท่องเที่ยวเมืองนะคะชิเบ็ตสึ หากมีคำถามหรือต้องการแจ้งชือ กรุณาดูข้อมูลการติดต่อด้านล่าง

เช่าจักรยาน, แจ้งชื่อ, รายละเอียดคนติดต่อยามฉุกเฉิน

Nakashibetsu Tourism Association

E-mail: kankou@kaiyoudai.jp
Phone (Japanese only): 0153-77-9733
Address: 086-1197 Hokkaido, Shibetsu District, Nakashibetsu, Higashi 14 Jo Kita 1-1



Japan Hoppers編集部 ユジン / Yoojin

Japan Hoppers編集部 ユジン / Yoojin

Hi I'm Yoojin. I'll let you know how to enjoy and survive in Japan :P I hope it will be helpful for your travel.
안녕하세요! JH기자의 유진이에요. JH를 많이많이 이용해주세요!!


แท็ก