ลงประกาศโดย: ジャパンホッパーズ編集部(Japan Hoppers Editors) 26 May 2015 บทความประชาสัมพันธ์

เส้นทางจาริกแสวงบุญที่ชิโคคุ

เส้นทางจาริกแสวงบุญที่ชิโคคุ © Tourism Shikoku

การจาริกแสวงบุญ

ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับเส้นทางจาริกแสวงบุญที่ชิโคคุ

เส้นทางจาริกแสวงบุญที่ชิโคคุคืออะไร

ความเป็นมาของเส้นทางจาริกแสวงบุญที่ชิโคคุ


ในปัจจุบันผู้คนมายังเส้นทางจาริกแสวงบุญที่ชิโคคุนั้นเพื่อขอให้ตนเองมีสุขภาพดี แม้ว่าในความเป็นจริง จุดมุ่งหมายของการจาริกแสวงบุญคือการตามรอยเส้นทางชมวัดต่างๆ ที่ท่านโคโบะ ไดชิ (คุไค) เคยธุดงค์ไป ซึ่งผู้ที่มาแสวงบุญสามารถเริ่มจาริกจากทิศทางตรงกันข้ามได้ ในปีค.ศ. 2014 เส้นทางจาริกแสวงบุญที่ชิโคคุจะมีอายุครบ 1,200 ปี และมีจะการนำเอาพระพุทธรูปที่ไม่เคยนำออกมาให้ชมมาจัดแสดง 

จุดมุ่งหมายของการจาริกแสวงบุญ


จุดมุ่งหมายของการจาริกแสวงบุญคือเพื่อขอให้มีสุขภาพดี ค้นพบตนเอง มีโชคลาภ และมีชีวิตคู่ที่ราบรื่น หมวกฟางที่ผู้แสวงบุญสวมใส่จะมีข้อความเขียนไว้ว่า同行二人ส่วนแรกหมายถึง "ตนเอง" ส่วนที่สองหมายถึง "โคโบะ ไดชิ" รวมกันแล้วหมายความว่า "เดินทางไปด้วยกันทั้งสองคน" มีนัยแฝงว่าจิตวิญญาณของท่านโคโบะ ไดชิจะอยู่กับผู้จาริกแสวงบุญ 

วิธีจาริกแสวงบุญ

ลำดับ "จูนูจิ" และ "กยาคุอุจิ

ปกติ เส้นทางจาริกแสวงบุญจะเริ่มจากวัดหมายเลขหนึ่งตามรายการ เรียกว่า "จูนูจิ" (ทิศทางตามเข็มนาฬิกา) หากเริ่มจาริกที่วัดหมายเลข 88 เรียกว่า "กยาคุอุจิ" (ทิศทางทวนเข็มนาฬิกา) วิธีการเดินจาริกแสวงบุญยังมีแบบ "โทชิ-อุจิ" (เยี่ยมชมวัดทั้งหมดภายในครั้งเดียว) "คุกิริ-อุจิ" (เยี่ยมชมวัดเพียงอำเภอใดอำเภอหนึ่ง) และ "อิคโคคุ-มาอิริ" (เยี่ยมชมวัดทั้งจังหวัด) คุณเลือกได้ว่าการเดินทางแบบใดที่สุขภาพกายของคุณอำนวย 

วิธีการเดินทาง

ไม่เพียงแต่ช่วงเวลาและวัดเท่านั้นที่คุณเลือกได้ แต่คุณยังสามารถเลือกวิธีการเดินทางจาริกแสวงบุญ ไม่ว่าจะเป็นการเดิน รถยนต์ หรือนั่งรถทัวร์ท่องเที่ยว 

 

ชุดจาริกแสวงบุญ

แม้ว่าทุกวันนี้ สาวๆ หลายท่านเริ่มแต่งกายทันสมัยมาจาริกแสวงบุญ แต่สำหรับชุดจาริกแสวงบุญแบบดั้งเดิมนั้นประกอบไปด้วย คงโกสึเอะ (ไม้เท้า) สุเกะกะสะ (หมวกฟางรูปงอบ) และบยาคุเอะ (เสื้อคลุมจาริกแสวงบุญสีขาว) เนื่องจากคุณต้องเดินบนเส้นทางปกติและบนภูเขา การเลือกรองเท้าที่สวมใส่สบายจึงมีความสำคัญ เมื่อเลือกอุปกรณ์เสร็จแล้ว ก็ออกเดินไปบนเส้นทางจาริกแสวงบุญยังวัดทั้ง 88 แห่งของชิโคคุกันเลย 

 


สิ่งที่ต้องใช้

คุณไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ทั้งหมดทันที อย่างไรก็ตาม หลายคนจะนำสุเกะกะสะ บยาคุเอะ และคงโกสึเอะไปด้วย ผู้คนรอบๆ จะทราบว่าคุณเป็นผู้จาริกแสวงบุญและจะคอยช่วยเหลือหรือพูดคุยกับคุณ ทั้งนี้คุณสามารถซื้ออุปกรณ์เหล่านี้ได้ที่อื่นนอกจากวัดหมายเลขหนึ่ง ดังนั้นคุณจะซื้อเมื่อไรก็ได้ที่คิดว่าจำเป็น

สุเกะกะสะ

หมวกนี้ช่วยป้องกันแดดและฝน คุณไม่ต้องถอดหมวกเมื่ออยู่ต่อหน้าพระพุทธรูป แต่ต้องถอดเมื่อถอดรองเท้า หมวกมีข้อความเขียนไว้แสดงถึง ไมเตรยะ หมายถึง "เดินทางไปด้วยกันทั้งสองคน" และ "เมื่อมีภาพลวงตา มนุษย์จักยึดมั่นในตนเอง คราใดที่เข้าถึงสัจธรรม ทุกอย่างจะไร้ซึ่งความหมาย ไม่มีตะวันออก ไม่มีตะวันตก ไม่มีทั้งเหนือและใต้"

วาเกสะ (แถบผ้า)

นี่คืออุปกรณ์พิธีการชิ้นหนึ่งของผู้จาริกแสวงบุญ โดยทั่วไปมีตัวอักษรเขียนไว้ แต่ใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นที่ไม่ใช่การจาริกแสวงบุญ ดังนั้นจึงควรใช้อันที่ไม่มีตัวหนังสือ ปกติจะมัดติดไว้กับแขนแต่จะถอดออกเมื่อเข้าห้องน้ำ

จูซุ (สายประคำ)

ในสำนักชินกง ปกติจะสายประคำ 108 เม็ดแล้วแต่ความศรัทธา จูซุของสำนักอื่นก็ใช้ได้เช่นกัน

คงโกสึเอะ (ไม้เท้า)

ส่วนบนของไม้เท้ามีการสลักเจดีย์ 5 ชั้นเป็นภาษาสันสกฤต หมายถึง ดิน น้ำ ลม ไฟ และอากาศ เนื่องจากไม้เท้าหมายถึงการกลับชาติมาเกิดของท่านโคโบะ ไดชิ จึงไม่ควรวางไว้ในที่ที่สกปรก ปลายไม้เท้าควรล้างและเช็ดให้สะอาดและพนมมือทำความเคารพก่อนใช้

ซุดาบุคุโระ/ซันยาบุคุโระ (กระเป๋าของผู้จาริกแสวงบุญ)

ในกระเป๋าบรรจุตราปั๊ม แผ่นนำโชค สายประคำ ธูป เทียน เป็นต้น กระเป๋าเป็นแบบสะพายบ่าและมีให้เลือกหลายแบบ เช่น แบบที่ใส่ขวดน้ำได้

โอสะเมฟุดะ (แผ่นชื่อนำโชค)

คุณจะได้สิ่งนี้จากวิหารโคโบะ ไดชิหรือวิหารหลักอื่นๆ ในวัด คุณต้องเขียนที่ยู่ (เมืองและจังหวัด) ชื่อของคุณและวันที่จาริกแสวงบุญ ด้านหลังให้เขียนคำอธิษฐาน เป็นเรื่องปกติที่คุณจะต้องแลกแผ่นชื่อนำโชคเมื่อไปถึงวัด

โอมิเอะ (โอสึกาตะ) อิเระ

ยังมีหนังสือสำหรับสะสมตราประทับจากวัดต่างๆ และนี่คือหน้าปกของมัน หลังจากเสร็จสิ้นการเดินจาริกแสวงบุญแล้ว คุณสามารถนำหนังสือมาทำเป็นม้วนคาเคะจิคุ

เคียวฮง (หนังสือสวดมนต์)

หนังสือเล่มนี้รวบรวมสูตรที่สำคัญที่สุดจากสำนักชินกง เช่น "สูตรแก่นแท้แห่งวิสุทธิปัญญา" หรือสูตรจากวัดอื่นๆ แม้ว่าคุณจะจำสูตรต่างๆ จนขึ้นใจแล้ว แต่ก็ขอแนะนำให้อ่านเพิ่มเติม


อุปกรณ์จาริกแสวงบุญ

ควรสวมชุดที่สามารถเดินทางจาริกแสวงบุญได้ทั้งบนภูเขาและพื้นราบ รองเท้าควรเป็นคู่ที่สวมใส่สบาย ควรคำนึงถึงน้ำหนักกระเป๋าและเลือกเสื้อผ้าที่สวมใส่คล่องตัว

รองเท้า

เลือกรองเท้าที่เหมาะกับคุณมากที่สุด แนะนำให้สวมรองเท้าที่กันน้ำได้และระบายอากาศได้ดี 

กระเป๋าสะพาย/กระเป๋าคาดเอว

สำหรับผู้ชายควรใช้กระเป๋าขนาดบรรจุ 25 ลิตร และ 20 ลิตรสำหรับผู้หญิง ยิ่งเบาก็ยิ่งเดินสบาย ทั้งนี้ควรมีกระเป๋าคาดเอวไว้ใส่เงินเหรียญหรือสิ่งของเล็กๆ น้อยๆ แนะนำให้ใช้เสื้อผ้าที่สามารถซักตากได้ง่ายตามที่พักข้างทาง 

เสื้อกันฝน หมวก ไฟฉาย

แนะนำให้ใช้ผ้าคลุมกันฝนสำหรับตัวคุณและกระเป๋าสะพาย รวมถึงหมวกที่สามารถป้องกันละอองฝนและแสงแดด คุณควรพกไฟฉายหรืออุปกรณ์ให้แสงสว่างถ้าต้องการเดินจาริกในตอนกลางคืน  

ชุดชั้นใน ถุงเท้า

ชุดชั้นในควรเป็นชุดที่แห้งเร็วและซึมซับเหงื่อได้ดี ส่วนถุงเท้าควรเป็นคู่ที่สวมใส่กระชับ 

ขวดน้ำ

ไม่ควรปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ (หน้าร้อนควรพวกขวดน้ำขวดใหญ่) ดื่มน้ำก่อนกระหาย  

สิ่งของอื่นๆ

มั่นใจว่าคุณได้เตรียมผ้าเช็ดตัว โทรศัพท์มือถือ นาฬิกาข้อมือ ยากันยุง อุปกรณ์ขับถ่ายเคลื่อนที่ เข็มทิศ กล้องถ่ายรูป ยา ประกันชีวิต ช็อกโกแลต และบิสกิต 


ลำดับในการจาริกแสวงบุญ

แผนกต้อนรับของวัดเปิด 7 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น โดยปกติวัดจะเปิด 24 ชั่วโมงแต่วัดบนภูเขาจะเปิดเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นและปิดเร็ว กรุณาอดทนรอ ในฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วงจะมีผู้จาริกแสวงบุญมากเป็นพิเศษ ดังนั้นการให้บริการที่แผนกต้อนรับจะใช้เวลานาน อย่าลืมขอปั๊มตราที่แผนกต้อนรับ โปรดระวัง คุณอาจจะลืมเวลาได้!

1. โค้งคำนับ ทักทาย

โค้งคำนับที่หน้าประตูวัด วัดหลายแห่งมีทางเข้าจากลานจอดรถ แต่ถ้าเป็นไปได้ให้โค้งคำนับที่ประตูใหญ่ก่อน เพราะถือเป็นเรื่องของการแสดงความเคารพต่อสถานที่

2. การชำระล้าง

ต่อไป ตักน้ำจากโจซุยะ ถือกระบวยด้วยมือซ้ายเพื่อล้างมือขวาและล้างปากด้วยน้ำในมือขวา เทน้ำที่เหลือกลับลงไปในโจซึยะ การชำระล้างไม่ได้อยู่ที่จำนวนน้ำเพราะฉะนั้นขอให้ประหยัดน้ำและห้ามลืมทำจิตใจให้นอบน้อมด้วย

3. ตีระฆัง

เมื่อเตรียมกระเป๋าและสายประคำก็ถือว่าจาริกแสวงบุญสำเร็จไปครึ่งหนึ่ง เหลือเพียงตีระฆังที่วัดตรงที่ที่คุณต้องการน้อมจิตถึงพระพุทธองค์ อย่าตีระฆังตอนเช้าตรู่เพราะจะเป็นการรบกวนผู้อื่น ว่ากันว่าหากตีระฆังทีหลังจะเกิดโชคร้าย

4. แผ่นชื่อนำโชค หนังสือสวดมนต์

ใส่แผ่นชื่อนำโชคลงในกล่องแผ่นชื่อและใส่หนังสือสวดมนต์ลงในกล่องหนังสือสวดมนต์ หนึ่งคนต่อหนึ่งแผ่น เขียนวันที่ ชื่อ และที่อยู่ (เมืองและจังหวัด) บางคนเขียน "สูตรแก่นแท้ฯ" ลงไปหลังแผ่นชื่อนำโชค

5. จุดธูป เทียนบูชา และบริจาค

ขั้นตอนต่อไปคือการจุดธูป เทียนบูชา และบริจาคปัจจัยเล็กน้อย การจุดเทียนนั้นเพื่อบรรลุพุทธปัญญาและจุดธูปเพื่อบรรลุพุทธคุณ โดยปกติจะใช้เทียนหนึ่งเล่มและธูปสามดอก ปักธูปไว้ข้างหลังเพื่อให้คนถัดไปปักง่ายขึ้น จากนั้นตั้งเทียนไว้ตรงกลางที่จัดให้ จะตั้งตรงไหนก็ได้ และอย่าลืมบริจาคปัจจัยเล็กน้อยสำหรับการทำนุบำรุงวัด

6. สวดมนต์และพนมมือ

มาถึงส่วนที่สำคัญที่สุด คือ การสวดมนต์ ให้พนมมือขึ้น และแม้ว่าคุณจะท่องจำสูตรได้ขึ้นใจแต่ก็ขอให้อ่านบทสวดจากหนังสือพร้อมกับระลึกถึงสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและท่านโคโบะ ไดชิ

7. บูชา

หลังจากสวดมนต์และชำระจิตใจให้บริสุทธิ์แล้วให้ไปที่วิหารท่านโคโบะ ไดชิซึ่งวัดทุกแห่งจะมีวิหารนี้ตั้งอยู่ เมื่อไปถึงให้ทำตามขั้นตอน 4-6 อีกครั้ง ถ้ามีวิหารอื่นๆ ก็ให้ทำแบบเดียวกัน

8. ขอรับตราประทับ

ขั้นตอนสุดท้ายคือขอตราประทับ คุณจะได้ตราประทับที่เรียกว่า "ชูอิน" จากจุดที่จัดไว้ให้ตรงแผนกต้อนรับ เก็บหนังสือเมื่อประทับตราครบทั้งหมด ราคาหนังสืออยู่ที่ 300 เยน แผ่นม้วน 500 เยน ผ้าของวัด 200 เยน



เส้นทางจาริกแสวงบุญที่ชิโคคุ: ห้องสะสมภาพ


四国ツーリズム創造機構 / TOURISM SHIKOKU

四国ツーリズム創造機構 / TOURISM SHIKOKU

กลุ่มคนเหล่านี้ทำงานด้วยคติที่ว่า “ชิโคคุเป็นหนึ่งเดียว” มีจุดประสงค์เพื่อเผยแพร่ชิโคคุ สถานที่ท่องเที่ยวในท้องถิ่น และให้ความรู้สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ นอกจากนี้ยังต่อต้านการพัฒนาอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของชิโคคุ รวมถึงไม่ยอมให้ทำเกาะชิโคคุไปสู่ความเป็นสากล


แท็ก